top of page
Search

มูฟออนจากรักเก่าให้เป็นเราคนใหม่ใน 6 เดือน (Completely move on from the EX in 6 months)

  • happyeverysingleday
  • Mar 17, 2021
  • 2 min read

Updated: Mar 18, 2021

6 เดือน

ใครจะเชื่อว่ามันจะสามารถทำได้


อย่าว่าแต่คนอื่นเลย สำหรับเรา ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อชมัดยากเลย

แต่อะไรก็เป็นไปได้ไม่ใช่หรอ คำนี้คงเหมาะกับเรื่องราวที่จะเล่าต่อจากนี้ไป


ความรักครั้งสุดท้าย ระดับความผูกพันสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่มีนั้นเรียกได้ว่าไม่มากไม่น้อย

แต่ถ้าเทียบกับการวางแผนตัดใจในระยะเวลา 6 เดือนนั้นถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยทีเดียว

(เทียบคร่าวๆโดยประมาณคือจะใช้เวลา 6 เดือน ในปล่อยวางความสัมพันธ์ 48 เดือนที่มีมา)


มาดูกัน ว่าเราทำอะไรไปบ้าง


1. ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่


ถ้าวันใดมีโอกาสได้เจอเขาอีกครั้ง หลังจาก 6 เดือนที่เราเลิกกัน เราจะรู้สึกกับเขาเป็นแค่เพียงคนที่เรารู้จักเหมือนวันแรกที่เราพบกัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทั้งสายตา และ การกระทำ


เราคิดว่า เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้ได้

มันไม่ได้ใช้ได้กับเฉพาะ เรื่องการเรียน หรือ การงานเท่านั้น แต่มันสามารถใช้ได้กับการตัดใจของเรื่องความรักได้ด้วย

ความตั้งใจอย่างแรงกล้า และ ความมุ่งมั่นที่จริงจัง จะเป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่างที่จะทำให้เราทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่หวังไว้

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงบอกว่า บ้าหรอ ใครจะทำได้ ความรู้สึกของคนนะเว้ย ไม่ใช่สวิตไฟที่อยากจะเปิด จะปิดเมื่อไหร่ก็สั่งได้ดังใจนะ ไม่ปฎิเสธกับคำกล่าวข้างต้น และค่อนข้างเห็นด้วยจริงๆนะ

แต่ เราก็มีความคิดและมุมมองอีกอย่างหนึ่งว่า ก็ในเมื่อขนาด ตอนแรกๆยังไม่รู้สึกรัก แล้วยังเปลียนมารักกันได้เลย แล้วทำไมเราจะเปลี่ยนจากความรู้สึกรัก มาเป็นความรู้สึกเฉยๆเช่นวันวานไม่ได้บ้างนะ



2. ขาดการติดต่อกันอย่างเด็ดขาด


ข้อนี้เป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะบางทีเขาอยากเลิกติดต่อ แต่เราไม่อยากเลิก

หรือ บางทีเราอยากเลิก แต่เขาไม่อยากเลิกติดต่อก็มี

หรือ ซ้ำร้าย ต่างคนต่างไม่อยากเลิกติดต่อกันอันนี้นี่ยิ่งแล้วใหญ่


แต่การตัดขาด การติดต่อสามารถช่วยได้มากพอสมควร เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ไม่ต้องไปอยู่ในวังวนความรู้สึกเก่าๆ เรื่องราวเก่าๆ กับคนเก่าๆ โดยที่เขาเข้ามาวนเวียนทำให้ความคิดเราฟุ้งซ่านไม่หยุดหย่อน


สำหรับใครที่ต้องเรียนด้วยกัน ทำงานทีเดียวกันอาจจะยากหน่อย แต่อย่างน้อยๆ การเลี่ยงเท่าที่จำเป็นที่จะเลียงได้ในการติดต่อสื่อสารกัน ก็น่าจะเป็นการดี


อยากให้ลองทำอย่างน้อย 21 วันติดต่อกัน เพราะถ้าการกระทำบ่อยๆนั้น มันจะทำให้เราติดเป็นนิสัยได้ในวันใดวันหนึ่ง


สำหรับใครที่โชคดีเขาไม่ติดต่อมาเลย ก็ขอให้มีใจที่เข้มแข็งให้ดีที่จะห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ให้พาตัวเองเข้าไปในวังวนเดิมๆนั้นด้วยตัวเอง



3. หยุดส่องและตามติดชีวิตเขา (ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์)


ขอบอกเลยว่า 80%ของคนที่ตัดใจไม่ได้ มักจะต้องมีอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งเข้าไปส่อง ไปดูว่า เขาเป็นไงอยู่ไหนทำอะไร แม้ปากจะบอกว่าเราไม่อะไรเลย แค่อยากรู้ความเป็นไปของเขาแค่นั้น


แต่การแค่ติดตามความเป็นของเขาบ้างนั่นแหล่ะ โครตกระทบใจและความรู้สึกของเราเลย พอเห็นเขาชีวิตดีมีความสุขก็นอยด์ เห็นเขาทุกข์ก็คิดเข้าข้างตัวเองเค้าคงคิดถึงเรา


ไม่ว่าเขาจะทำอะไรที่ไหนอย่างไร ถ้าพูดกันตรงๆกันเลยก็คือ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรารึป่าว

เพราะในเมื่อเลิกกันแล้ว มันก็เหมือนเราเป็นแค่คนรู้จักที่เคยรู้สึกดี เคยรู้สึกผูกพัน และเคยมีความทรงจำดีดีต่อกันเท่านั้น


ลองคิดดูนะ ถ้าเป็นคนรู้จัก หรือแม้แต่เพื่อนของคุณ คุณจะไปนั่งส่องมันวันเว้นสองวัน หรือ ทุกวันไหมล่ะ


เชื่อเถอะ ส่องแล้วไม่ได้อะไรหรอก นอกเสียจากจะทำให้ต่อมมโนของเราโตวันโตคืน และเพิ่มความยากในการตัดใจมากขึ้นไปอีก



4. ลด ละ เลิก เจาะเวลาหาอดีต


99%ของคนที่พยายามทำใจ อดีตเก่าเก่ามักจะผุดขึ้นมาให้นึกถึงเสมอทุกทุกที

บางคนวันเว้นวัน บางคนก็ทุกวัน บางคนก็ทุกชั่วโมง บางคนหนักข้อหน่อย ทุกนาทีก็มีเหมือนกัน


จงลดการใช้เวลากับความรู้สึกเก่าๆ เรื่องราวเก่าๆ อดีตเก่าๆ ไม่ว่าจะทั้งดีและร้าย เพราะความรู้สึกเหล่านั้นมักจะบันทอน ทำให้เรารู้สึกโหยหา คร่ำควรญ อาลัย อาวรณ์ อาทร ต่อเขา ยิ่งถ้าเป็นฝ่ายถูกบอกเลิกด้วยแล้ว ความรู้สึกยังรัก ที่ยังมีอยู่มากมาย เปี่ยมล้น คุณจะยิ่งทุรนทุรายมากขึ้นไปใหญ่


ในเวลาที่คิดถึงอดีตที่แสนหวาน วิธีที่ช่วยลดละเลิกได้ดีคือ การตั้งเวลา และ ตั้งคำถาม ทุกๆครั้งที่คิดถึงอดีต ควรจะให้เวลากับตัวเองในการฟูมฟาย เพ้อเจอ หรือตกอยู่ในห้วงมโนของรักเก่าๆไม่เกิน 1 ชั่วโมง และ ค่อยๆตั้งกฎเล็กๆ ปรับลดลงไปเรื่อย 45 นาที บ้าง 30 นาทีบ้าง 10 นาที


ถ้าใกล้หมดเวลาก็ยังตัดใจเลิกคิดไม่ได้ ทุกๆครั้งเรามักจะตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า การที่เราเป็นแบบนี้ คิดแบบนี้ เรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีแล้วเราจะเป็นอยู่หรือทำไปทำไม พอเจอคำตอบนี้ทีไร หายคิดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเขาที่ทำให้เราทุกข์ใจมากทุกที



5. คิดถึงเขา หรือ เหงาเมื่อไหร่ หาอะไรทำ


เราไม่เคยปล่อยให้ตัวเองว่างนาน จะหาอะไรทำ หรือหากิจกรรมที่เราสนใจหรือชอบทำตลอด เพื่อที่จะเป็นการเบี่ยงเบน ความคิดจากเรื่องของเขาเป็นเรื่องอื่นๆ


อะไรทีเคยอยากทำ อยากลอง ก็ลองหมด ทำทุกอย่างที่สนใจ หรือ ทำอะไรที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองมีความสุขและสนุกกับชีวิตขึ้น ใช้คำว่าลองทำทุกอย่างจริงๆ


ไม่ว่าจะเป็นแบ็คแพ๊คคนเดียว เป็นจุดกำหนดให้เริ่มกินข้าวคนเดียว เที่ยวสวนสนุกคนเดียวไปด้วย รวมทั้งหลังจากนั้นก็เป็นที่มา ดูหนังคนเดียว ช๊อปปิ้งคนเดียว ออกกำลังกายคนเดียว


หรือว่า เลือกทำอะไรเพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ประสบความสำเร็จมากขึ้น ก้าวหน้ามากขึ้น อะไรก็ได้ที่ดีกับอนาคตข้างหน้าของตัวเอง


นี่ก็เป็นอีกจุดนึงที่ทำให้ ทำงานอย่างบ้าคลั่ง รับผิดชอบอะไรให้เยอะไว้ ทำอะไรให้ยุ่งไม่มีเวลาฟุ้งซ่าน ผลตอบแทนที่ได้รับอีกอย่างนึงคือ คุณจะเริ่มเห็นคุณค่าและความสามารถในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย


ขอเพียงสักครั้งที่ลองกล้าทำอะไรด้วยตัวคนเดียวเองบ้าง แล้วคุณจะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมอย่างคิดไม่ถึงเลย



6. หยุดพูดเรื่องเกี่ยวกับเขา


การที่เราปล่อยให้เรื่องของเขา อยู่ในบทสนทนาในชีวิตประจำวันของเรา มันก็เหมือนฟังเพลงเดิมซ้ำๆตามคลื่นวิทยุอ่ะ ฟังไปเรื่อยๆ จากร้องไม่ได้ สักวันก็ร้องได้ จากไม่ชอบ กลายเป็นเฉยๆ จากเฉยๆ กลายเป็นเพราะดี ชอบซะงั้น


เรื่องพวกนี้ก็เหมือนกัน การที่เราปล่อยให้ผ่านไปมาเข้าหูเราทุกวัน มันก็ซึมซับเข้าไปในความคิด จิตใจ ของเรานั่นแหล่ะ จากที่จะทำใจให้ได้ มันก็มีเหตุให้ต้องมานึกถึง คิดถึง ทบทวนถึง พูดถึง กล่าวถึงอยู่ทุกวัน


99% พวกที่บอกว่า ทำใจมาหลายปีแล้วทำไม่ได้สักทีอ่ะ เชื่อได้เลยว่า จะต้องมีพูดถึงแฟนเก่าอย่างน้อยก็วันละครั้งล่ะมั้ง ถ้าคุณไม่พูดถึงเขา ก็ต้องมีใครมาเล่าเรื่องเขาให้ฟังบ้างล่ะ และก็กลายเป็นบทสนทนายึดยาวให้เพ้อเจอ มโนกันยาวไป


ถ้าคุณให้เขามีบทบาทเข้ามาเป็นเรื่องเล่าอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณทุกวัน และคาดหวังว่าเขาจะจางหายไปจากความรู้สึกของคุณได้อย่างไรกันล่ะ


มันก็เหมือนอยากลดความอ้วน แต่พาตัวเองเองไปกินของของหวาน ของมัน ของทอด มันก็คงจะผอมหรอกนะ


7. รักตัวเอง และขยันสร้างความสุขให้ตัวเอง


ข้อนี้สำคัญมาก รักตัวเองก็เหมือนรักคนอื่นนั่นแหล่ะ ปกติเวลาเรารักใคร เราก็จะสนใจและรู้ไปหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาก็ตาม เช่นว่า เขาชอบกินอะไร ชอบไปไหน ชอบทำอะไร และก็หาวิธีจะทำยังไงก็ได้ให้เขามีความสุข


ก็ใช้สูตรเดียวกันนี้ ทำกับตัวเอง ถ้าตัวเองชอบกินอะไร ก็พาตัวเราเองไปกิน ตัวเราเองชอบทำอะไรก็พาไปทำกิจกรรมนั้นๆ อะไรที่ทำให้ตัวเราเองยิ้มได้หรือมีความสุข ก็ทำมันให้หมดทุกอย่าง บางครั้งก็มีนะ โอกาสพิเศษ วันเกิด ปีใหม่ ตรุษจีน นี่มีของขวัญให้ตัวเองด้วย


หลายคนมักคิดว่า การมีความรักต้องรอที่จะได้รับมันจากใครสักคน แต่บางทีก็ลืมไปว่า ใครคนนั้นก็อาจจะเป็นตัวเราก็ได้นะ


เพราะคนเราสามารถรักตัวเองได้มากเช่นเดียวกัน แม้ความรักแบบนี้มันอาจจะไม่ได้หวือหวา วูบวาบแต่มันก็ไม่ฉาบฉวยและหายไปได้ง่ายๆเช่นกัน


ทุกวันนี้ ชีวิตก็มีความสุขตามอัตภาพนะ แต่คนรอบตัวมักพูดให้ได้ยินได้ฟังเสมอว่า เธอดูเป็นคนมีความสุขมาก จนดูไม่เหมือนคนโสด ไม่มีแฟน ปีนี้ ย่างเข้าปีที่ 10 แล้วที่ยังโสด และทุกวันนี้ ก็ยังคงใช้ชีวิตอิสระแบบนี้ไปเรื่อยๆ


ยังตอบไม่ได้ว่าจะโสดแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่ถ้าตราบใด ไม่มีใครทำให้รู้สึกว่า การมีคู่มีความสุขมากกว่านี้ได้

ก็ยังคงยินดีที่จะใช้ชีวิตโสดอิสระอย่างนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ


ปล. หลังจากผ่านไป 6 เดือนแรกที่ทำใจ มีโอกาสได้บังเอิญเจอแฟนเก่าอย่างไม่ตั้งใจด้วยเหมือนกัน

อาจเหมือนพระเจ้าคงอยากจะทดสอบและพิสูจน์อะไรบางอย่าง

วันนั้นเป็นวันที่รู้สึกเลยว่า สิ่งที่ได้ตั้งใจไว้เป็นไปอย่างที่คิดไว้จริงๆ เพราะสายตาและความรู้สึกในวันนั้นของเรา ทำให้เรารับรู้ และ เข้าใจตัวเองได้ดีเลยว่า 6 เดือนนั้นไม่ใช่เรืองง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป ถ้าคนเราตั้งใจจะทำ


=

เพราะการฟังคือการเยียวยารักษาใจในอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงมีใครสักคนรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสินใจ แค่นี้ก็ให้ความสบายใจเกิดขึ้นได้ง่ายแล้ว

บริการมี 2 แบบ ดังนี้

1. ฟัง(Listen) : รับฟังอย่างเข้าใจ เพื่อผู้รับบริการได้สื่อสารหรือถ่ายทอดความรู้สึกสิ่งต่างๆที่คั่งค้างในใจ

2. เติบโต(Grow) : รับฟังเพื่อเติบโต เพื่อผู้รับบริการได้แสดงความรู้สึก พร้อมทั้งเรียนรู้รับคำแนะนำเพื่อพัฒนาตนเอง

บริการรับฟังใจที่นี่ต่างจากที่อื่นยังไง?

1. รับฟังอย่างเข้าใจความรู้สึก

2. รับฟังอย่างไม่ตัดสิน

3. รับฟังอย่างไม่ด่วนปลอบใจ

4. รับฟังและปรึกษากันเพื่อปรับใช้ในชีวิตจริงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สามารถดูรายละเอียดได้ด้านล่างนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HappyEverySingleDay น๊าคร๊า


ภาพ : Canva


#HappyEverySingleDay #เพราะทุกวันคือวันสุข #อกหัก #มูฟออน #รักตัวเอง #คนโสด #มูฟออนไปข้างหน้า

 
 
 

Comments


Join our mailing list. Never miss an update

Thanks for submitting!

จงภูมิใจในการใช้ชีวิตคนเดียวแบบที่คุณมี กับสิ่งที่คุณเป็น แล้วนั่นจะทำให้คุณพบความสุขของชีวิตคนโสดในทุกวันที่อยู่คนเดียว

HappyEverySingleDay

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White Twitter Icon
  • White YouTube Icon

© 2023 by Fashion Diva. Proudly created with Wix.com

bottom of page