Platonic Love : ความรักบริสุทธิ์ที่ผูกพันทางใจไม่ใช่ทางกาย
- happyeverysingleday
- Jun 22, 2020
- 2 min read
Updated: Jul 2, 2021
ความรักทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ และ เป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนทำให้หลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงทำให้ความรักเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนโหยหาและอยากได้มาครอบครอง หรือกระทั่งลองมีประสบการณ์ชีวิตรักบ้างสักครั้งก็ยังดี
ความรักมีหลายแง่มุมและมีหลายรูปแบบ บางทีที่คนโสดยังไม่มีแฟน หรือ โสดมากขึ้นทุกวัน เพราะกำลังใช้เวลาตามหาความรักความสัมพันธ์แบบ Platonic กันอยู่ก็ได้
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Platonic Love ว่าคืออะไร และ ความสัมพันธ์ Platonic love ที่ทันสมัยและมีคุณภาพดีมีลักษณะอย่างไรและเราจะทำให้มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรกัน?

ในขั้นต้น Platonic Love เป็นความรักที่บริสุทธิ์ หมายความว่า มันไม่ได้อยู่ที่ความต้องการทางกามารมณ์ หรือ การเติมเต็มความต้องการทางกามารมณ์ แต่มันคือความรักที่เป็นแรงบันดาลใจให้นำไปสู่จุดที่ดีที่สุดของทั้งสองคน
คำนิยามที่สามารถสรุปใจความของ Platonic Love อย่างสั้น ๆ และ ง่าย ๆ ก็คือ การเป็น "เพื่อนที่ดี" ก็เท่านั้นเอง
Platonic love สามารถบอกได้ว่า มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ซับซ้อน คุณสามารถเป็นในแบบที่คุณเป็นซื่อสัตย์ต่อการแสดงออกทั้งต่อตัวคุณ และต่อใครอีกคน
ส่วนหนึ่งของสิ่งที่แตกต่างระหว่าง Platonic Love จากความรักโรแมนติก คือ ความคาดหวัง เราคาดหวังมาก จากคู่รักโรแมนติกของเรา (หรือที่เรียกว่าแฟน นั่นเอง)
Platonic love มักจะเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขของมนุษย์ - เรามอบคุณค่าที่แตกต่างให้กับทุกคนที่เราพบเจอและเรารักแต่ละคนในแบบที่ไม่เหมือนใคร
Platonic Love : เพลโตนิคเลิฟ เป็น ประเภทของความรัก หรือ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่ไม่มีเรื่องเพศ หรือ ไม่มีรักโรแมนติก เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยคำว่า เพลโตนิคเลิฟ มาจากคำว่า อามอร์ เพลโตนิคัส (amor platonicus) ที่หมายถึง ความรักของเพลโต โดยมีความหมายเหมือนคำว่า อามอร์ โซเครติคัส (amor socraticus) ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง โซเครติส (Socrates) กับลูกศิษย์ โดยกล่าวถึงความรักที่ไม่มีเรื่องทางเพศมาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ทั้งบุคคลที่อายุต่างกัน และบุคคลที่เพศต่างกัน หรือเพศเดียวกันก็ได้
Plato เขียนเกี่ยวกับความรักในงานของเขา Symposium ซึ่งเป็นบทสนทนาที่แขกของงานเลี้ยงแต่ละคนได้กล่าวสุนทรพจน์เพื่อเป็นเกียรติแก่เทพเจ้า Eros และถกเถียงถึงความหมายที่แท้จริงของความรัก
ในขั้นต้นบทสนทนาของเพลโตมุ่งตรงไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันและเพศอื่น ๆ แต่โดยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Platonic love ได้เกิดขึ้นเพื่อห้อมล้อมความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ทางเพศและเพศตรงข้ามที่เรารู้จักในปัจจุบัน
ในขั้นต้น Platonic Love เป็นความรักที่บริสุทธิ์ หมายความว่า มันไม่ได้อยู่ที่ความต้องการทางกามารมณ์ หรือ การเติมเต็มความต้องการทางกามารมณ์
แต่มันคือความรักที่เป็นแรงบันดาลใจให้นำไปสู่จุดที่ดีที่สุดของทั้งสองคน
Platonic Love เป็นความสัมพันธ์ทางอารมณ์และจิตวิญญาณพิเศษระหว่างคนสองคนที่รักและชื่นชมซึ่งกันและกัน เนื่องจากความสนใจร่วมกันการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณและโลกทัศน์ที่คล้ายกัน ไม่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ทุกประเภท
เห็นได้ชัดว่า เป็นความสัมพันธ์หรือมิตรภาพที่ เราเป็นเพื่อนกัน โดยลบทิ้งอะไรที่เกี่ยวข้องด้วยผลประโยชน์ออกไป
อย่างไรก็ตามความคิด Platonic love ก็ทันสมัยอยู่พอสมควร เพราะมันก็ดูคล้าย ๆ กับ Life Partner ในยุคปัจจุบัน แม้อาจจะไม่ได้มีรักโมแมนติกเป็นแกนหลักหรือใจความสำคัญที่สามารถสร้างความผูกพันหรือลึกซึ้ง
แต่ ความสัมพันธ์แบบ Platonic love หรือ Life Partner นั้น ก็มีแนวคิดสร้างส่วนของชีวิตที่ดีที่สุดของกันและกัน เป็นมิตรภาพที่ยาวนานได้ โดยปราศจากพื้นที่ความหึงหวงที่น่าเกลียด และ ความคาดหวังที่มากเกินไป
3 ลักษณะของ Platonic Love
คำนิยามที่สามารถสรุปใจความของ Platonic Love อย่างสั้น ๆ และ ง่าย ๆ ก็คือ
การเป็น "เพื่อนที่ดี" ก็เท่านั้นเอง
การมีความสัมพันธ์แบบ Platonic Love นั้น มีลักษณะสำคัญอยู่ 3 อย่าง ดังนี้
1. มีความซื่อสัตย์ และ ไม่กลัวกับการพูดความจริงต่อกัน
มันมีรากฐานมาจากความซื่อสัตย์ที่แท้จริงและความสามารถในการเป็นตัวของตัวเองรอบ ๆ บุคคลนั้นโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิหรือถูกทอดทิ้ง
ไม่จำเป็นต้องหลอกหลวง หรือ ปกปิดเรื่องเล็กน้อยอะไรก็ตามในความสัมพันธ์
โดยที่ คุณสามารถถามคำถามอะไรก็ได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ของคุณมากเกินไป แถมยังสามารถพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาการออกเดท, เรื่องส่วนตัวของคุณโดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะทำให้คุณดูเป็นคนอย่างไร
ซึ่งไม่เหมือนกับความสัมพันธ์รักโรแมนติก จึงไม่มีความกลัวที่บุคคลนั้นจะตำหนิคุณ หรือ ทิ้งคุณไป เพราะมิตรภาพความสัมพันธ์แบบ Platonic Love จะยอมรับความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าคุณนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม
ในบางครั้งความซื่อสัตย์ก็เป็นความจริงที่โหดร้ายอยู่พอสมควร แต่มันก็มีข้อดีที่ยอดเยี่ยม คือ
ในท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นจริงก็จะเป็นสิ่งที่เราจะยอมรับและเข้าใจมันในวันหนึ่ง
ซึ่งทำให้คุณสามารถรับข้อมูลแท้จริงและมุมมองที่คุณไม่สามารถได้รับจากคู่รักที่โรแมนติกของคุณ
หรือเมื่อมีปัญหาเกิดการทะเลาะกัน ไม่พูดกันเป็นเดือนๆ สุดท้ายแล้วก็ปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ และสิ่งต่าง ๆ จะกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิมรวมทั้งความสัมพันธ์ และ ความรู้สึกระหว่างกัน
Platonic love สามารถบอกได้ว่า มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ซับซ้อน คุณสามารถเป็นในแบบที่คุณเป็นซื่อสัตย์ต่อการแสดงออกทั้งต่อตัวคุณ และต่อใครอีกคน
มันจึงมีจุดแตกต่างกับการใช้ความสัมพันธ์แบบโรแมนติก ที่คุณอาจจะต้องยุ่งยากไปกับความพยายามรักษาภาพลักษณ์และสร้างความประทับใจให้ใครบางคน
หากคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆในความสัมพันธ์แล้ว มันปฎิเสธไม่ได้หรอกว่า คุณจะเห็นแค่สิ่งที่คุณอยากเห็นในแบบที่คุณต้องการ มากกว่า จะเห็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการในตัวเขา
นั่นก็แปลว่า ในช่วงที่รู้สึกรักโรแมนติกหรือมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามานั่น คนเราจะเลือกมองข้อดีมากกว่า ข้อเสียในตัวใครคนนั้น
เพราะการมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกนั้น มันจะทำให้มาตรฐานการพิจารณานั้นมีประสิทธิภาพลดลงไปเพราะมีปัจจัยในการที่เราใช้ความรู้สึกมากเกินว่าเหตุผลที่ควรพีงมี
ความสัมพันธ์ที่โรแมนติกเหมือนกับดอกไม้ ต้องได้รับการปลูกอย่างระมัดระวัง และ ได้รับการดูแล
มันเปราะบาง และ ตายได้โดยปราศจากความสนใจที่เหมาะสม
แม้ Platonic love จะมีความละเอียดอ่อนทางความรู้สึกน้อยกว่า ความสัมพันธ์แบบโรแมนติก
แต่ก็สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงไปมาของความรู้สึกขึ้นลงจากผู้คนได้ดี
2. เคารพขอบเขตซึ่งกันและกัน
มิตรภาพที่ใหม่และยังคงพัฒนาอยู่อาจยังไม่ได้สร้างขอบเขต หรืออาจเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แบ่งปันประสบการณ์มากพอที่จะพัฒนาขอบเขตเหล่านี้
Platonic love (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรก) ต้องมีขอบเขตที่แข็งแกร่ง ปกติแล้วสิ่งเหล่านี้จะไม่พูดถึงหรือต่อรองกับขั้นตอนต่าง ๆ ในความสัมพันธ์แบบโรแมนติก เมื่อเวลาผ่านไป, คุณจะรู้ว่า คุณสามารถผลักดันขอบเขตเหล่านั้นได้นานแค่ไหนและเมื่อไรคุณต้องยอมถอยหรืออ่อนข้อให้บ้าง
ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเดินทางไปด้วยกัน - คุณแชร์ห้องหรือไม่ ถ้าคุณทำอย่างนั้น จะเปลี่ยนไปไหมถ้าคุณคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองมีความสัมพันธ์แบบโรแมนติก
Platonic love ต้องการความไว้วางใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณ (หรือ platonic bestie) อยู่ในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก
คุณต้องระมัดระวังในการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้แน่ใจว่าคู่ของคุณเข้าใจธรรมชาติของความสัมพันธ์ของคุณและไม่ก่อให้เกิดความร้าวฉานใด ๆ
ถ้าคนสำคัญของคุณมี platonic BFF, มันจะเป็นอะไรไหมสำหรับคุณ? อะไรจะถือว่ายอมรับได้และอะไรที่ยอมรับไม่ได้ ที่จะไม่เกิดอะไรขึ้น
ถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองและรับฟังความรู้สึกเหล่านั้น สัญชาตญาณของคุณมักจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดในสิ่งที่ก่อให้เกิดการข้ามเส้นและสิ่งที่ยอมรับได้
นี่เป็นขอบเขตที่คุณต้องกำหนดและหวังว่าจะได้รับความเคารพ
สิ่งที่คุณสบายใจที่จะทำและไม่ทำโดยไม่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ของคุณ สิ่งเหล่านี้เป็นขอบเขตของคุณและการเคารพขอบเขตเหล่านี้โดยไม่มีการกดดันกันนั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ Platonic love ที่ดี
3. ไม่มีความคาดหวังในกันและกัน
แม้ว่ามิตรภาพคือการให้และการรับระหว่างกัน แต่คุณต้องระวังไม่ให้คาดหวังหรือเรียกร้องจากบุคคลนั้นมากกว่าที่คุณต้องการจากมิตรภาพปกติ
ส่วนหนึ่งของสิ่งที่แตกต่างระหว่าง Platonic Love จากความรักโรแมนติก คือ ความคาดหวัง
เราคาดหวังมากจากคู่รักโรแมนติกของเรา (หรือที่เรียกว่าแฟน นั่นเอง) เพราะ ทุกคนที่คุณเดตด้วย
คุณอาจสัมภาษณ์พวกเขาเกี่ยวกับบทบาทของคู่ชีวิตหรือคู่สมรส
หากมีคนต้องการใช้ชีวิตกับพวกเขา, พวกเขาจำเป็นต้องมีความสามารถสูงสุด เราจึงให้อภัยความผิดพลาดน้อยลงในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก และ เราจึงต้องจู้จี้จุกจิกเมื่อพูดถึงการลงทุนในเพื่อนแบบตลอดชีวิต
Platonic love ไม่ได้รับการยึดมั่นในมาตรฐานเดียวกัน คุณไม่ได้แชร์สัตว์เลี้ยง, บัญชีธนาคาร และอื่น ๆ - คุณสนิทกัน (และอาจ) เป็นเพื่อนกันตลอดชีวิต
คุณจะกลับบ้านดึกดื่นและไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่คนนั้นกำลังทำอยู่ ไม่ว่าพวกเขาจะกลับบ้านหรือยัง กลับกี่โมง หรือ ออกไปงานสังสรรค์กับเพื่อนฝูงโดยไม่มีคุณ
แต่คุณอาจกังวลเกี่ยวกับพวกเขา หากพวกเขาประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างที่เพื่อนสนิททำ
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่า พวกเขากำลังมาก่อนสิ่งต่างๆในชีวิตคุณ หรือ คุณมักจะผิดหวังกับพฤติกรรมของพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ได้ทำตามที่คุณคาดหวังไว้ คุณอาจต้องถอยออกมาและถามตัวเอง:
มีความรู้สึกโรแมนติกกำลังคืบคลานเข้ามาไหม?
เหตุใดฉันจึงเรียกร้องสิ่งนี้จากบุคคลนี้ หรือ คุณอาจคาดหวังมากเกินไปแล้ว
Platonic love มักจะเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขของมนุษย์ - เรามอบคุณค่าที่แตกต่างให้กับทุกคนที่เราพบเจอและเรารักแต่ละคนในแบบที่ไม่เหมือนใคร
การรับรู้และเคารพในความแตกต่างเหล่านี้จะนำเราเข้าใกล้อุดมคติแรกเริ่มของเพลโตในเรื่อง Platonic love อย่างใดอย่างหนึ่งที่ยกเราขึ้นมาและยึดเราไว้ตลอดชีวิต
ในขณะที่ความรักอาจเต็มไปด้วยความซับซ้อน Platonic love คือที่เดียวที่คุณสามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ซับซ้อน
ความสัมพันธ์ Platonic love เป็นส่วนสำคัญในการที่เรารักและถูกรักผ่านชีวิต เราสามารถจัดหามิตรภาพที่ตอบสนองตลอดชีวิต เสนอมุมมองที่สดชื่นแก่เรา และปล่อยให้เราออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ พร้อมจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้ตัวเรา และยินดีบอกสิ่งที่เราต้องการฟังเมื่อเราหลงทาง
รักษาความสัมพันธ์ของคุณให้ซื่อสัตย์เคารพขอบเขตของกันและกันปล่อยความคาดหวังและทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
การจดจำสิ่งสำคัญทั้ง 3 นี้จะช่วยให้สามารถมี ความสัมพันธ์ Platonic love ที่ดีต่อสุขภาพและมีความสุขดีขึ้น
ถ้าจะสละโสดจากการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวครั้งต่อไป ก็อยากพบ Platonic soulmate ดีดีสักคน
เพราะการฟังคือการเยียวยารักษาใจในอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงมีใครสักคนรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสินใจ แค่นี้ก็ให้ความสบายใจเกิดขึ้นได้ง่ายแล้ว
บริการมี 2 แบบ ดังนี้
1. ฟัง(Listen) : รับฟังอย่างเข้าใจ เพื่อผู้รับบริการได้สื่อสารหรือถ่ายทอดความรู้สึกสิ่งต่างๆที่คั่งค้างในใจ
2. เติบโต(Grow) : รับฟังเพื่อเติบโต เพื่อผู้รับบริการได้แสดงความรู้สึก พร้อมทั้งเรียนรู้รับคำแนะนำเพื่อพัฒนาตนเอง
บริการรับฟังใจที่นี่ต่างจากที่อื่นยังไง?
1. รับฟังอย่างเข้าใจความรู้สึก
2. รับฟังอย่างไม่ตัดสิน
3. รับฟังอย่างไม่ด่วนปลอบใจ
4. รับฟังและปรึกษากันเพื่อปรับใช้ในชีวิตจริงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สามารถดูรายละเอียดได้ด้านล่างนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HappyEverySingleDay น๊าคร๊า
อ้างอิง : Wiki, Aconsciousrethink,Hackspirit
ภาพ : Unsplash
#PlatonicLove #PlatonicRelationships #ใช้ชีวิตคนเดียว #โสด #ความสัมพันธ์ #ความรัก #คู่รัก #มิตรภาพ #เพื่อนชีวิต #HappyEverySingleDay #เพราะทุกวันคือวันสุข
Comments